งวยงงกันหมด! “ดานี่ อัลเวส” ลำแข้งดังบราซิลพก “กลอง” ติดตัวฝ่าศึกโอลิมปิก

ดานี่ อัลเวส แผงหลังจอมเก๋ากลุ่มชาติบราซิล กลายเป็นข่าวดังข้างหลังโดนจับภาพถึงที่เหมาะท่าอากาศยานนานาประเทศเมืองโตเกียว ว่านำกลองทิมบาจากบ้านเกิดติดตัวมาเข้าร่วมชิงชัยในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงเมืองโตเกียว

โดย ตัวบุกปีกขวาวัย 38 ปี ได้รับการเรียกตัวให้เข้ามาเป็นโควตาผู้เล่นอายุเกิน 23 ปี ของกลุ่มชุดนี้ เดินทางถึงท่าอากาศยานเมืองโตเกียว เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ ก่อนได้รับความสนใจจากบรรดาสื่อหลายสำนัก

สำหรับ กลองอะลูมิเนียมที่เจ้าตัวนำติดตัวมาด้วยนั้น เป็นกลองที่ทำจากรัฐบาเอีย บ้านเกิดของเจ้าตัวนั่นเอง โดยหน้าแข้งดังขึ้นตรงต่อ เซา เปาโล หวังว่าอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีจำพวกนี้จะมีผลให้เขาโชคดีสำหรับการชิงชัย รวมทั้งสามารถปกป้องแชมป์ไว้ได้อีกยุค

อย่างที่เข้าใจกันอยู่ว่า ชาวบราซิล นับว่าเป็นชาติที่สนุกสนานเป็นชีวิต รวมทั้งเสียงกลองก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความสบาย รวมทั้งรวมทั้งความคึกคักข้างในกลุ่มระหว่างที่ต้องสู้ศึก โอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่น

ทั้งนี้ บราซิล ภายใต้การนำทัพของกุนซือ อันเดร ชาร์ดีน อยู่กลุ่มดี ร่วมกับ เยอรมนี, ไอวอรี่โคสต์ รวมทั้ง ซาอุดีอาระเบีย โดยเกมแรกของพวกเขาเป็นการพบกับ “อินทรีเหล็ก” ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ค. นี้

คนมันเทพ! สื่อตี แอตเลตำหนิโก มาดริด จ้องมองสอย “ลินการ์ด” เฉิดฉันลาลีกา

เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า เจสซี ลินการ์ด มิดฟิลด์ตัวรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นวัตถุประสงค์ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนซัมเมอร์ของ แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด กลุ่มแชมป์ลาลีกา ประเทศสเปน

จอมบุกวัย 28 ปีย้ายกลับมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังหมดสัญญายืมตัวกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจในตอนครึ่งฤดูกาลหลัง ทำได้ 9 ประตูจากการลงสู่สนาม 16 นัดหมายช่วยให้กลุ่มของ เดวิด มอยส์ คว้าอันดับ 6 ของตารางและก็ผ่านเข้าไปเล่นในบอลยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ

ด้วยฟอร์มอันรุนแรงแบบนี้ ทำให้ ลินการ์ด ได้รับการเรียกตัวกลับมาติดกลุ่มชาติอังกฤษอีกรอบเมื่อเดือนมีนาคมและก็ยังมีชื่อเป็น 1 ใน 33 นักเตะที่ถูกเรียกมาเตรียมความพร้อมก่อนศึกยูโร 2020 แต่ว่าก็ถูกเอาทิ้งจาก 26 คนสุดท้ายก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้นอย่างน่าเสียดาย

สำหรับอนาคตของแนวรุกรายนี้ แม้ว่าทาง โอเล กุนที่นาร์ โซลชา จะออกมายืนยันว่าเขายังอยากเก็บนักเตะเอาไว้กับกลุ่มต่อไป แต่ว่า เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็อยากดึงเขากลับไปร่วมกลุ่มอีกรอบ รวมทั้งจากรายงานล่าสุดกล่าวว่า แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด ของ ดิเอโก ซิเมโอเน ก็ให้ความสนใจอยู่ด้วยเช่นกัน

คาดว่า ลินการ์ด จะมีค่าตัวในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนประมาณ 25 ล้านปอนด์ขณะที่คำสัญญาของเขาเหลืออีกเพียงแค่ปีเดียว ซึ่งทางกลุ่มขุนค้อนมีแผนการที่จะยืมตัวไปใช้งานต่ออีกหนึ่งฤดูกาล ขณะที่เจ้าตัวอยากย้ายกลุ่มแบบถาวรในซัมเมอร์นี้

สีนี้ไม่ให้ใช้! เซเรีย อา สั่งแบนชุดสีเขียวเริ่มตั้งแต่ซีซั่น 2022/23

เซเรีย อา อิตาลี จัดการออกกฏใหม่ห้ามทุกครั้งมในลีกใส่ชุดแข่งขันที่มีสีเขียวลงสนาม เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลก่อกวนการถ่ายทอดสด

Football Italia สื่อดังจากดินแดนมักกะโรนี กล่าวว่า เซเรีย อา ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎเกี่ยวกับเครื่องแต่งตัวอีกครั้ง เพื่อให้กล้องถ่ายทอดสดดำเนินการได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แล้วก็อำนวยความสะดวกต่อคนที่เป็นโรคตาบอดสี

รายงานระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เหมารวมถึง เสื้อ กางเกง แล้วก็ถุงเท้า ที่ห้ามใส่สีเขียวอีกทั้งโทนเข้มแล้วก็อ่อน ส่วนในเรื่องที่ชุดแข่งมีมากยิ่งกว่า 2 สี จึงควรให้สีอื่นมีความโดดเด่นกว่าสีเขียวแค่นั้น แล้วก็จะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป โดย เซเรีย อา ตัดสินใจประกาศให้รู้ตั้งแต่ฤดูกาลนี้เพื่อให้ทุกครั้งมมีเวลาเตรียมตัว

จากการประกาศกฎดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว แน่นอนว่าสมาพันธ์ที่ได้รับผลพวงสูงที่สุดในลีกก็คือ ซัสซูโอโล ที่ชุดแข่งขันหลักเป็นสีเขียวนั่นเอง

เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

แม้ว่าทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดคว้าแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนของตน เพราะพลาดท่าแพ้ “ฟ้าขาว” ประเทศอาร์เจนตินา 0-1 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ วัวขว้าง อเมริกา 2021 รอบชิงแชมป์ ที่ประเทศบราซิล

กลับมีนักเตะเชื้อสายบราซิลถึง 3 คนที่ได้ฉลองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป เพราะได้เปลี่ยนสัญชาติไปร่วมทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน พัลมิเอรี และ ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง


ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะเชื้อสายบราซิลเปลี่ยนสัญชาติไปรับใช้กลุ่มลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งผอง 6 คน เช่น เปเป้ ปราการหลังกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส ปราการหลังกลุ่มชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ปีกขวากลุ่มชาติยูเครน และ 3 นักเตะกลุ่มชาติอิตาลีตามรายชื่อข้างต้น โดยทั้งยัง 6 คนมีชื่อเสียงกล่าวเกิดที่ประเทศบราซิลทั้งผองเลยด้วย

แม้กระนั้นมีอยู่หนึ่งคนที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้สมาคมฟุตบอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย นั่นก็คือ จอร์จินโญ่ เพราะได้ย้ายมาปักหลักถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศอิตาลีตั้งแต่ในเวลาที่แก่เพียง 15 ปี และได้รับเชื้อชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง ต่อไปได้เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ เวโรที่นา ในตำแหน่งกองกลางเมื่อปี 2010 และย้ายไปสร้างชื่อกับ ที่นาโปลี ก่อนจะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนกระทั่งตอนนี้


ดังนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้ทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ซอน เคยค้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แม้กระนั้นได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 และได้เปลี่ยนสัญชาติเพื่อไปสวมเสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ในช่วงเวลาที่ โตลอย เพิ่งจะได้เชื้อชาติในตอนต้นปี 2021 หลังจากที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว นับจากย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านเกิดเมื่อปี 2015


ก่อนหน้าที่ผ่านมามีนักเตะเชื้อสายบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปคว้าแชมป์ยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนที่นา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อในเวลาที่สวมบทเป็นกองกลางกลุ่มชาติสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปเป้ ตามมาเป็นคนที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองหลังกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 เท่ากับว่าตอนนี้มีนักเตะเชื้อสายบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปคว้าแชมป์ยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เพราะว่า จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน และ โตลอย เปลี่ยนเป็นอีก 3 แข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาร่วมใจ เพราะได้สวมเสื้อของทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” ฉลองแชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

พวกไม่ยินยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมลงลายมือชื่อนัดชิงยูโร 2020 จะต้องแข่งใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดหมายชิงแชมป์ฟุตบอลยูโร 2020 ที่ผลสรุปเป็น กลุ่มชาติอิตาลี ดวลจุดโทษชนะ กลุ่มชาติอังกฤษ ไป 3-2 หลังเท่ากันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความหมดหวังของกองเชียร์สิงโตขู่คำรามในสนามเวมบลีย์

ปัจจุบัน มีรายงานว่าแฟนบอลกลุ่มชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมลงนามอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า ทำรีแมตช์นัดหมายชิงแชมป์ใหม่อีกรอบ ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้ตัดสินไม่ยุติธรรม

โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าจู่โจมไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินคนฮอลแลนด์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นบอกว่าตัดสินบกพร่องหลายจังหวะ โดยเฉพาะจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรให้ใบแดงแม้กระนั้นก็ให้แค่ใบเหลือง รวมถึงจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ควรจะเป็นใบแดงด้วยเหมือนกัน

จนถึงปัจจุบันนี้ มีคนรักบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมลงนามใน change.org เว็บที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้แข่งขันกันใหม่อีกรอบ ซึ่งนอกจากพวกเขามองว่ากรรมการเป่านกหวีดแบบไม่ยุติธรรมแล้ว ยังระบุเพิ่มเพราะ กลุ่มชาติอิตาลีเล่นแรงเกินไป โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นกลุ่มชาติอังกฤษ

อย่างไรก็แล้วแต่ การร่วมลงนามคราวนี้คงจะเป็นไปได้เพียงแต่การแสดงออกทางความเห็นเพียงแค่นั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองคงจะไม่มีการตอบกลับข้อเรียกร้องนี้แต่อย่างใด

ไขข้อข้องใจ! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดโทษในเกมสุดกดดัน

“สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ จำเป็นต้องเจอกับความสิ้นหวังอีกที ข้างหลังเป็นฝ่ายแพ้จุดลูกโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดหมายชิงแชมป์ ฟุตบอลยูโร 2020 เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 11 เดือนกรกฎาคม 2564

 

ทำให้พวกเขายังจำเป็นต้องรอการบรรลุเป้าหมายต่อไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยหนสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จเป็นการได้แชมป์ฟุตบอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดีมีหลายเสียงวิจารณ์ข้างหลังเกมเป็นอย่างมาก เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือชาติอังกฤษที่เลือกให้นักฟุตบอลอายุน้อยของทีมมาเป็นคนยิงจุดลูกโทษในเกมที่มีความกดดันสูง อีกทั้ง บูติดอยู่โย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) แล้วก็ มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งอีกทั้งสามรายพลาดหมด

โดยข้างหลังเกม ที่ปรึกษาวัย 50 ปี ออกมาแจกแจงถึงประเด็นนี้ว่า “ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับผม พวกเขาไม่ได้เสนอตัว แม้กระนั้นผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดลูกโทษเอง โดยพิเคราะห์จากภาพรวมสำหรับในการซ้อม ถ้าคุณจะโทษใครกันแน่ คนนั้นควรเป็นผม แน่ๆพวกเขาจะไม่ได้อยู่ตามลำพัง แม้กระนั้นพวกเราจะอยู่ข้างเคียงเขา”

 

นอกจากนั้น อดีตกาลปราการหลังสิงโตคำราม ยังได้เปิดเผยถึงต้นเหตุว่าเหตุไรทีมจึงหันมาเล่นเกมรับ แล้วก็ตกลงใจสลับตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”พวกเราเก็บบอลกันได้ไม่ดีพอเพียง นั่นทำให้พวกเราพบแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะมีผลให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็เหมือนกับการเดิมพัน ถ้าเกิดพวกเราเปิดเกมรุกแลกก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา พวกเราก็บางครั้งอาจจะแพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษก็เป็นได้”

ข้อสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นยอดเยี่ยม, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งยอดเยี่ยม ,สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดคว้าชัยชนะ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดลูกโทษพิจารณา 3-2 คว้าชัยชนะมาครองเป็นสมัยที่สองภายหลังจากเคยคว้าทำเป็นเสร็จในปี 1968

ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันทีทันใด ส่วนจะมีอะไรที่น่าดึงดูดกันบ้างไปติดตามกันได้เลย

ผู้เล่นดีของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)

 

นักเตะวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมกลุ่ม กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดลูกโทษสำหรับเพื่อการดวลจุดลูกโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนที่ เวมบลีย์ และก็ช่วยให้กลุ่มของเขาคว้าชัยชนะ ยุโรป เสร็จ เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 1968

นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้เฝ้าประตูคนที่สองที่ได้รับรางวัลดังที่กล่าวผ่านมาแล้วต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992

เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดหมายและก็เสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากยิ่งกว่าผู้เล่นผู้อื่นในรายการ

ทำเนียบนักเตะดี ศึกยูโร 7 ครั้งปัจจุบัน
– ปี 2020 : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)
– ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส)
– ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (สเปน)
– ปี 2008 : ชาบี้ เอ้อร์นานเดซ (สเปน)
– ปี 2004 : ธีโอโดรอส ซาโกราคิส (กรีซ)
– ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ฝรั่งเศส)
– ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี)

ดาวรุ่งดี – เปดรี (สเปน)

 

ในเวลาที่ เปดรี กองกลางของ สเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดครอบครองรางวัลดาวรุ่งดีประจำทัวร์นาเมนต์

นักเตะวัย 18 ปีลงเล่นดูเหมือนจะทุกนาทีให้กับกลุ่มชาติของเขาข้างหลังถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วงทดเวลาในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เจอกับ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงแค่นาทีเดียวเพียงแค่นั้น

“สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีใครทำ แม้กระทั้งอันเดรส อิเนียสต้าเองก็มิได้ทำแบบนั้น มันช่างเกินจริง ไม่มีใครเหมือน” หลุยส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลกล่าว

ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (ประเทศโปรตุเกส)

 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์กลุ่มชาติประเทศโปรตุเกส ที่ทำเป็น 5 ประตูพอๆกับ ขว้างตริก ชิก แนวรุกกลุ่มชาติสาธาณเมืองเช็ก แต่ว่าดาวเตะแดนฝอยทองทำเป็น 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ ครอบครองรางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอง

สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

แข่งขันรวม 51 นัดหมาย

ยิงกันทั้งสิ้น 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม

กลุ่มที่ยิงประตูมากที่สุด อิตาลี – 13 ประตู

คลีนชีตมากที่สุด อังกฤษ – 5 เกม

ครองบอลเฉลี่ยมากที่สุด สเปน – 66.8%

ผ่านบอลแม่นยำที่สุด สเปน – 89.3%

เซฟมากที่สุด แยน ซอมเมอร์ (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) – 21ครั้ง

สปีดเร็วที่สุด สปินาซโซลา (อิตาลี) และก็ เนโก้ (ฮังการี) – 33.8 กม./ชม.

ทำฟาวล์มากที่สุด เดลานีย์ (เดนมาร์ก) – 15 ครั้ง

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” พลั้งปากลั่น “มาร์กซิยัล” นับว่าเป็นหน้าแข้งดังเหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูทีมชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่ที่ลาลีกา สเปน หลุดตั้งข้อซักถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล กองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักฟุตบอลระดับสตาร์เหรอ? ระหว่างการคุยในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน แผงหลังเพื่อนร่วมชาติ

โดยในรายการ เราร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามคำถามว่า “ให้เลือกนักฟุตบอลระดับสตาร์ 3 คน ที่ไม่ได้ลงเล่นในยูโรคราวนี้” ซึ่งเราร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส แล้วก็ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่จะเขาจะหัวเราะในเชิงยอมแพ้เพราะเหตุว่าคิดชื่อเพิ่มไม่ออก

ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลย โดยลิสต์รายชื่อนักฟุตบอลให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เอ้อร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..

จากนั้นมือกาววัย 29 ปี ได้พูดขึ้นว่า “มาร์กซิยัลเหรอ? เขาเป็นนักฟุตบอลดังเหรอ?” แล้วจากนั้นอีกทั้งเราร์กตัวส์แล้วก็แฟร์เกนก็หัวเราะพร้อมเบาๆ

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดชิงแชมป์ ที่ตระเตรียมฟาดลำแข้งกันรุ่งเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 เดือนกรกฎาคม 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาไทย

อย่างที่แฟนบอลทราบกันดีอยู่แล้ว ปีนี้เป็นการชิงชัยระหว่างคู่ต่อสู้ในฝัน คู่รักคู่แค้นตลอดกาลอย่าง ผู้จัดงาน ทีมชาติบราซิล เจอกับ ทีมชาติประเทศอาร์เจนตินา

ล่าสุด เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ หลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนทัพฟ้าขาวให้ครองแชมป์วัวขว้าง อเมริกา โดยเหตุผลเพราะว่าเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะจากบาร์เซโลนานั่นเอง

สำหรับจุดเริ่มต้นเรื่องราวดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด ผู้สื่อข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าอยากที่จะให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยคุณได้โพสต์ว่า

“ก่อนที่จะเอาก้อนหินมาปาใส่ฉันในที่ชุมชน ฟังฉันชี้แจงก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักวงการฟุตบอลบราซิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนพ้องชาวอาร์เจนไตน์ผู้คนจำนวนมาก แต่ฉันมิได้เชียร์ประเทศอาร์เจนตินา ในเกมนัดชิงวัวขว้าง อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แต่ฉันเชียร์เพราะว่าฉันรักฟุตบอล รวมทั้ง ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้ต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเป็นเรื่องที่ยุติธรรม!”

ภายหลังโพสต์ของผู้รายงานข่าวสาวดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคนรักบอลไม่น้อยล้วนเชื่อตามข้อคิดเห็นของอันดราเด ซึ่งเกือบจะทั้งหมดก็ให้เหตุผลคล้ายกันนั่นคือ ชมเชยในฝีเท้าของดาวเตะจากชาติคู่รักคู่แค้น รวมทั้งต้องการให้สมหวังเสียรู้ในวัย 34 ปี อีกทั้งแฟนบอลบราซิลยังคับข้องใจจากความไม่ประสบผลสำเร็จของทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากฟุตบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ล่าสุด เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในประเด็นนี้ยาวเหยียดว่า

“ผมคือคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มองอาจภาคภูมิ ความฝันของผมตลอดชาติคือการได้เล่นให้ทีมชาติรวมทั้งได้ฟังแฟนบอลส่งเสียงร้องสนับสนุน”

“ผมไม่เคยโจมตีหรือคิดจะโจมตีบราซิล เวลาพวกเขาชิงชัยอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์”

“ถ้าสิ่งนั้นคือบราซิล เพราะว่าผมคือคนบราซิล รวมทั้งใครก็ช่างที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่เห็นต่างออกไป ก็ไม่เป็นไรนะ ผมให้ความเคารพ แต่ไปลงนรกซะเถอะ”

สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดที่เจอ ทีมชาติเวเนซุเอลา รวมทั้ง ทีมชาติประเทศเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ แล้วเขายิงมิได้อีกเลย แต่บราซิลก็ยังแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดชิงแชมป์

โดยนัดนี้จะเป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้เผชิญหน้ากับประเทศอาร์เจนตินาในรอบชิงแชมป์ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 สมัย ส่วนประเทศอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 สมัย รวมทั้งมีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 สมัยของอุรุกวัยในวันพรุ่งนี้

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการถึงแก่กรรมของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนพ้องร่วมอาชีพรุ่นหลาน

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น หมดสติและล้มลงสู่พื้น และจำต้องได้รับการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน อาจจะก่อให้ภาพเหตุการณ์ความสูญเสียในสมัยก่อน ถอยกลับเข้ามาในความคิดของเหล่าแฟนบอล

มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ อาจเป็นเคสแรกๆที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจำก้าวหน้า ภาพที่เขาหมดสติล้มลงกึ่งกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนจำต้องถูกหามออกไปรักษาเบื้องต้นข้างสนาม แต่ท้ายที่สุดก็ไม่บางทีอาจช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้เสร็จ จนความสูญเสียดังที่ได้กล่าวมาแล้ว กลายมาเป็นรอยด่างพร้อยปฏิบัติงานแข่งขัน สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003

แต่การสูญเสียในครั้งนั้น ก็ได้แผ้วทางสู่อนาคตสำหรับในการช่วยชีวิตนักเตะในสนาม

เข้มแข็งมากแค่ไหนก็ล้มได้

หากว่านักเตะอาชีพ จะเป็นฝูงคนที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี วิ่งเต็มสูบได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม แต่มีผู้เล่นมากกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกึ่งกลางสนาม ซึ่งมากกว่าครึ่งนั้น มิได้โชคดีเหมือนกับมิดฟิลด์ของดินแดนวัวนมรายนี้

หนึ่งในกรณีที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจำก้าวหน้า เป็นรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ มิดฟิลด์ตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมทัพกลุ่มชาติแคเมอรูน ลงเตะใน สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส
โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ประเทศตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะได้พักในเกมที่พบกับ อเมริกา และกลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจำต้องประจันหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง

แมตช์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกึ่งกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีใครอยู่รอบตัวตัวเขาเลย

ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม และเรียกให้กลุ่มหมอเข้ามารักษาเบื้องต้นเขาในสนาม ก่อนที่เขาจะถูกหามออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง แต่ข้างหลังอุตสาหะกู้ชีพอยู่ยาวนานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงต่อไป

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาติ แคเมอรูนในตอนนั้น เปิดเผยว่าเขาต้องการสลับตัว โฟเอ้ ออกมาจากสนามก่อนหน้านั้น เพราะทั้งตัวเขาและกลุ่มหมอ มีความเห็นว่ากองกลางรายนี้มีอาการล้า และเคลื่อนได้ช้าลง แต่เจ้าตัวยังต้องการเล่นต่อ เพื่อช่วยให้กลุ่มชาติของเขาไปสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้

แมรี่-หลุยส์ โฟเอ้ ภรรยาของตัวรุกรายนี้ กล่าวว่ามิดฟิลด์จาก แมนฯ ซิตี้ มีอาการท้องร่วงมา 2-3 วันแล้ว รวมทั้งมีปัญหากับกระเพาะของเขาด้วย แต่เจ้าตัวยังคงรับรองที่จะลงเล่นให้กับกลุ่มต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตต่อหน้าภรรยาของเขา ที่เข้ามารับชมเกมข้างสนามในนัดนั้น

ผลของการชันสูตรพลิกศพของกองกลางรายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจหนา หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่ได้กล่าวมาแล้วมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั่วโลก พบได้มากได้บ่อยมากในคนที่มีสุขภาพแข็งแรง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้มีอายุน้อยกว่า 35 ปี

ข้อความสำคัญก็คือ โฟเอ้ มีโอกาสรอดชีวิตด้วย ถ้าได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องอย่างทันตามกำหนด แต่ในตอนนั้น แทบจะไม่มีใครคาดคิดว่านักฟุตบอลที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงอย่างนี้ จู่ๆจะล้มครืน จนกระทั่งขั้นเสียชีวิต

นั่นจึงทำให้ สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ ตกลงใจยกเครื่องทางด้านการแพทย์ใหม่ทั้งผอง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วเกิดขึ้นซ้ำอีกรอบ

ชีวิตจำต้องมาก่อน

ภายหลังจากเคสของโฟเอ้ สิ่งแรกที่ถูกเอามาเอ่ยถึง เป็นอาการหัวใจหยุดเต้นทันควัน หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden Cardiac Arrest) ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเมื่อ และทุกหย่อมหญ้า โดยไม่แบ่งแยกว่าคุณจะมีสุขภาพที่แข็งแรงขนาดไหนก็ตาม
สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ ต้องการค้ำประกันว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับแวดวงฟุตบอลจำต้องเข้าใจข้อความสำคัญดังที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับข้าราชการหมอ ที่ควรต้องเข้ารับการฝึกฝนขั้นตอนสำหรับในการช่วยชีวิต ถ้าพบผู้เล่น หรือผู้ตัดสินเจออาการ SCA ขึ้น

ถ้าผู้เล่นล้มลงไปกับพื้น โดยไม่มีการประจันหน้ากับผู้เล่นรายอื่น และไม่ตอบสนองหรือหมดสติไป กลุ่มหมอสามารถวิ่งลงไปช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่ต้องรอผู้ตัดสินเป่านกหวีดอนุญาต

เพราะพวกเขาอาจมีเวลาแค่ 2 นาที ภายหลังที่นักเตะล้มลงไป ที่จะจำต้องปั๊มหัวใจเพื่อทำ CPR และใช้เครื่อง AED นำไฟฟ้าไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นตามจังหวะปกติ เพราะยิ่งผ่านเวลาไปนานเยอะแค่ไหน โอกาสสำหรับในการรอดชีวิตก็ยิ่งมัวลงไป

ในกรณีของ โฟเอ้ ไม่มีใครทำ CPR ให้เขาเลย แม้เขาจะหมดสติไปยาวนานกว่า 6 นาทีแล้ว แม้เจ้าตัวจะมีอาการตาเหลือกตาพอง และไม่ตอบสนองก็ตาม บางทีอาจเพราะแทบจะไม่เคยปรากฏเลยว่ามีกรณีที่นักเตะกำเนิดหัวใจหยุดเต้นทันควัน ระหว่างกำลังลงเล่นอยู่ในสนาม

แต่นั่นก็ทำให้กลุ่มหมอ ผู้ตัดสิน สตาฟ และผู้เล่นต่างๆได้รู้จักกับการเสี่ยงที่บางทีอาจย่างกรายมาหาพวกเขาได้ทุกเมื่อ ทำให้หลายทีมเริ่มมีการเตรียมตัวมากขึ้น ด้วยอุปกรณ์หมอที่พร้อมกว่าเดิม รวมทั้งกำหนดให้เครื่อง AED ควรมีประจำอยู่ทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแมตช์แข่งขันจริง หรือระหว่างการฝึกซ้อมก็ตาม

ในปี 2006 สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ ได้เพิ่มมาตรการตรวจเช็คร่างกายของนักเตะทุกคนก่อนเริ่มเกม เพื่อตรวจทานความแปลกของหัวใจ หากว่าพวกเขาไม่บางทีอาจตรวจเจอทุกความแปลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็พอเพียงที่จะคัดเลือกกรองความพร้อมเพรียงของผู้เล่นในระดับหนึ่ง
และในปีเดียวกันนั้น ทางพรีเมียร์ลีก ก็ได้ยกฐานะทางด้านการแพทย์ขึ้นไปอีกขั้น ข้างหลัง ปีเตอร์ เช็ค ผู้เฝ้าประตูของ เชลซี ได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว จากการประจันหน้ากับหัวเข่าของ สตีเฟ่น ฮันต์ จนกระทั่งขั้นหมดสติ และจำต้องนอนรอรถพยาบาลในห้องแต่งตัวนานถึงครึ่งชั่วโมง